ดวลร่าง เปิดทางร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่: เมื่อทุกเสียงร่วมออกแบบรัฐธรรมนูญของประชาชน

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย และรองประธานคณะกรรมการกลั่นกรองและยกร่างกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมเป็นวิทยากรในเวทีเสวนา “ดวลร่าง เปิดทางรัฐธรรมนูญใหม่” ภายใต้โครงการ “กระบวนการในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่: มุมมองจากรัฐสภา” ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ อาคารวิศิษฏ์ ประจวบเหมาะ ตลอดเส้นทางการทำงานที่ผ่านมา ผมให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการออกแบบกฎหมายสูงสุดของประเทศมาโดยตลอด และเวทีในครั้งนี้ก็คืออีกก้าวหนึ่งบนเส้นทางเดียวกันนั้น

ประสบการณ์บนเส้นทางรัฐธรรมนูญของประชาชน

เรื่องรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผม ในฐานะนักกฎหมาย ผมมีส่วนร่วมในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรัฐธรรมนูญมาหลายช่วงเวลา ย้อนกลับไปในการจัดทำรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 หรือที่รู้จักกันในนาม “ฉบับประชาชน” สมัยรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา อันเป็นหมุดหมายสำคัญของประชาธิปไตยไทย ผมได้เห็นด้วยตัวเองว่าการเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นนั้นสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของกฎหมายสูงสุดร่วมกันได้อย่างไร และจนถึงวันนี้ ผมยังคงเดินหน้าเป็นตัวตั้งตัวตีในการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พ.ศ. 2567 อย่างต่อเนื่อง ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมเข้าใจดีว่า การร่างรัฐธรรมนูญที่ยั่งยืนต้องอาศัยการรับฟังและการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

เกี่ยวกับเวทีเสวนา “ดวลร่าง เปิดทางรัฐธรรมนูญใหม่”

เวทีเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อรับฟังแนวคิดและข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากตัวแทนผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ทั้งพรรคการเมือง วุฒิสภา และภาคประชาชน โดยเปิดพื้นที่ให้แต่ละฝ่ายได้นำเสนอมุมมองและแลกเปลี่ยนความเห็นต่ออนาคตของรัฐธรรมนูญไทยอย่างตรงไปตรงมา ผมมองว่าการเปิดพื้นที่รับฟังเสียงที่หลากหลายเช่นนี้คือหัวใจสำคัญของการวางรากฐานที่มั่นคง เพราะแม้ความเห็นในรายละเอียดจะแตกต่างกันไปตามแต่ละมุมมอง แต่จุดร่วมที่ทุกฝ่ายยึดถือคือการทำให้กฎหมายสูงสุดของประเทศเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

เสียงที่หลากหลายจากทุกภาคส่วน

สิ่งที่ทำให้เวทีในครั้งนี้มีความหมายคือความหลากหลายของผู้ร่วมเสวนา ในส่วนของตัวแทนพรรคการเมืองและรัฐสภา ประกอบด้วยคุณชูศักดิ์ ศิรินิล (พรรคเพื่อไทย) คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ (พรรคประชาชน) และคุณนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา ขณะที่ภาคประชาชนมีคุณณัชปกร นามเมือง ร่วมสะท้อนมุมมองจากภาคพลเมือง ส่วนในด้านวิชาการ ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวนสวัสดิ์ และคุณจีรนุช เปรมชัยพร ได้ร่วมเป็นผู้อภิปรายให้ความเห็น โดยมี รศ.ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ การได้รับฟังความเห็นจากผู้คนที่มีพื้นเพและจุดยืนต่างกันเช่นนี้ ทำให้ผมเห็นภาพความคาดหวังของสังคมได้รอบด้านยิ่งขึ้น

สาระร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผมนำเสนอ

ในฐานะรองประธานคณะกรรมการกลั่นกรองและยกร่างกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย ผมได้นำเสนอสาระสำคัญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคต่อวงเสวนา พร้อมเปิดรับทุกข้อเสนอแนะและชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ อย่างรอบด้าน เพื่อนำความเห็นเหล่านั้นกลับไปกลั่นกรองและผลักดันให้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญเดินหน้าได้อย่างราบรื่นและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ผมยึดถือแนวทางการทำงานของพรรคที่เน้นความจริงใจในการดำเนินการตามสโลแกน “พูดแล้วทำ” ซึ่งสำหรับผมแล้ว ไม่ได้หยุดอยู่เพียงคำพูดบนเวที แต่หมายถึงการลงมือทำให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม และการทำให้สำเร็จให้ได้จริง

มุมมองการร่างรัฐธรรมนูญแบบมีส่วนร่วม

เบื้องหลังกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญที่ยั่งยืน คือหลักการของการมีส่วนร่วมและการปรึกษาหารืออย่างกว้างขวาง ประสบการณ์จากหลายประเทศที่ผ่านการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ชี้ให้เห็นว่า กฎหมายสูงสุดที่ได้รับการยอมรับในระยะยาวมักไม่ได้เกิดจากการร่างโดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงลำพัง แต่เกิดจากการเปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายได้ร่วมออกแบบตั้งแต่ต้น การรับฟังความเห็นที่แตกต่างและการหาจุดร่วมบนความหลากหลาย จึงเป็นทั้งเงื่อนไขของความชอบธรรมและเป็นหลักประกันว่ารัฐธรรมนูญจะสะท้อนเจตนารมณ์ของสังคมได้อย่างแท้จริง เวทีเสวนาลักษณะนี้จึงมีคุณค่ามากกว่าการแลกเปลี่ยนความเห็น เพราะเป็นการค่อย ๆ สร้างความไว้วางใจระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ซึ่งเป็นทุนทางสังคมที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองอย่างสันติ

เหตุใดการรับฟังทุกเสียงจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญ

ผมเชื่อเสมอว่าการร่างรัฐธรรมนูญที่ดีไม่อาจสำเร็จได้ด้วยความเร่งรีบหรือด้วยเสียงข้างมากเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความอดทนในการรับฟังและความตั้งใจที่จะเข้าใจกันและกัน แม้แต่ละฝ่ายจะเข้ามาพร้อมร่างและแนวคิดที่แตกต่าง แต่การได้มานั่งพูดคุยบนโต๊ะเดียวกันก็เป็นก้าวแรกที่ทำให้ความแตกต่างเหล่านั้นค่อย ๆ เข้าใกล้กันมากขึ้น สำหรับผม การเปิดใจรับฟังในวันนี้คือการลงทุนเพื่อความราบรื่นของกระบวนการในวันข้างหน้า

ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับ รัฐธรรมนูญ

ติดต่อโดยตรงที่ me@nikornchamnong.com

พูดคุยกับ นิกร จำนง