รัฐสภาไทยกับ Single Control: ขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนนด้วยเครื่องมือนิติบัญญัติ

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ผมในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อความปลอดภัยทางถนนของรัฐสภา ได้เข้าร่วมการสัมมนาโครงการรัฐสภาไทย…สานพลังเพื่อความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 3 ณ อาคารรัฐสภา โดยมีท่านโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานร่วมกับภาคีเครือข่ายความปลอดภัยทางถนน และท่านพลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นผู้กล่าวรายงาน

ไฮไลต์สำคัญของงานคือพิธีประกาศเจตนารมณ์ Parliamentary Statement on Safe System for Thailand ซึ่งท่านประธานรัฐสภาเป็นผู้นำกล่าว นับเป็นคำมั่นสัญญาของรัฐสภาไทยที่จะยึดแนวทางระบบที่ปลอดภัยเป็นหลักในการขับเคลื่อนงานความปลอดภัยทางถนนของประเทศ

ความปลอดภัยทางถนนไม่ใช่เรื่องความประมาทส่วนบุคคล แต่คือวิกฤตเชิงโครงสร้าง

ในโอกาสนี้ ได้รับเชิญให้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อบทบาทรัฐสภากับการขับเคลื่อนนโยบายความปลอดภัยทางถนน โดยย้ำว่าความสูญเสียบนท้องถนนไม่ใช่เรื่องของความประมาทส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่คือวิกฤตเชิงโครงสร้างที่พรากชีวิตคนไทยไปมากกว่าหนึ่งหมื่นหกพันคนต่อปี ตัวเลขนี้เท่ากับว่าในทุก ๆ วัน มีคนไทยต้องเสียชีวิตบนท้องถนนหลายสิบคน และอีกจำนวนมากต้องบาดเจ็บหรือพิการ

เมื่อปัญหาเป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง การแก้ไขก็ต้องเป็นเชิงโครงสร้าง ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เราจึงต้องขับเคลื่อนด้วยระบบ Single Control ที่รวมศูนย์การกำกับนโยบายผ่านเครื่องมือของรัฐสภา แทนที่จะปล่อยให้แต่ละหน่วยงานต่างคนต่างทำ

สามเครื่องมือนิติบัญญัติของระบบ Single Control

1. Control ด้านกฎหมาย

เร่งรัดการตราพระราชบัญญัติแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน และร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีจราจร เพื่อให้ประเทศมีกรอบนโยบายระยะยาวที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และมีกระบวนการพิจารณาคดีจราจรที่รวดเร็ว เป็นธรรม และมีผลในการป้องปรามอย่างแท้จริง

2. Control ด้านงบประมาณ

กำกับดูแลการจัดสรรงบประมาณและกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หรือกองทุน กปถ. ให้กระจายลงสู่เจ็ดสิบหกจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะจุดเสี่ยงและปัญหาที่แท้จริงอยู่ในพื้นที่ งบประมาณจึงต้องไปถึงผู้ที่อยู่ใกล้ปัญหามากที่สุด

3. Control ด้านการบริหาร

กำกับ ติดตาม และตรวจสอบการทำงานของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน หรือ ศปถ. รวมถึงผลการดำเนินงานของรัฐบาล ให้มีเป้าหมายที่วัดผลได้และมีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์อย่างชัดเจน

ปกป้องเด็กและเยาวชน กลุ่มที่เปราะบางที่สุดบนท้องถนน

เด็กและเยาวชนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เป็นอันดับหนึ่ง เราจึงมุ่งเน้นปกป้องคนกลุ่มนี้เป็นพิเศษผ่านภารกิจสำคัญดังนี้

  1. ผลักดันให้รถจักรยานยนต์ติดตั้งระบบเบรก ABS เพื่อป้องกันล้อล็อกและลดความเสี่ยงการล้มเมื่อเบรกกะทันหัน
  2. แยกประเภทใบอนุญาตขับขี่สำหรับรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่หรือบิ๊กไบค์ ให้ผู้ขับขี่ต้องผ่านการทดสอบที่เหมาะสมกับสมรรถนะของรถ
  3. บังคับใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (Car Seat) เพื่อคุ้มครองเด็กเล็กที่โดยสารรถยนต์
  4. โครงการนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่ เพื่อให้เยาวชนได้รับการฝึกทักษะและมีใบอนุญาตขับขี่อย่างถูกต้องก่อนออกสู่ท้องถนน

ประเทศไทย ประเทศที่สามของโลกที่มีกลไกความปลอดภัยทางถนนถาวรในรัฐสภา

ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า การจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อความปลอดภัยทางถนนของรัฐสภาไทย (TPACRS) ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่สามของโลกที่มีคณะกรรมการด้านความปลอดภัยทางถนนเป็นการถาวรอยู่ในโครงสร้างรัฐสภา นี่คือหลักหมุดสำคัญที่ทำให้งานความปลอดภัยทางถนนไม่ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่ง แต่ได้รับการกำกับติดตามอย่างต่อเนื่องจากฝ่ายนิติบัญญัติ

จึงขอประกาศต่อพี่น้องประชาชนว่า ฝ่ายนิติบัญญัติพร้อมที่จะเป็นองค์กรนำ และเป็นศูนย์กลาง Single Control ทั้งในการตรากฎหมาย การจัดสรรงบประมาณ และการกำกับติดตามการทำงานของรัฐบาล

มุมมองทางวิชาการ: ระบบที่ปลอดภัยและบทบาทขององค์กรนำ

แนวทางระบบที่ปลอดภัย (Safe System Approach) มีรากฐานมาจากนโยบาย Vision Zero ที่รัฐสภาสวีเดนรับรองเมื่อปี ค.ศ. 1997 ซึ่งตั้งเป้าว่าไม่ควรมีใครต้องเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสจากการใช้ถนน หลักคิดสำคัญคือ มนุษย์ย่อมทำผิดพลาดได้ ร่างกายมนุษย์ทนแรงกระแทกได้อย่างจำกัด และความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยเป็นของผู้ออกแบบระบบร่วมกับผู้ใช้ถนน ไม่ใช่ผลักภาระให้ผู้ใช้ถนนเพียงฝ่ายเดียว แนวคิดนี้ได้รับการรับรองในระดับโลกผ่านปฏิญญาสตอกโฮล์มในการประชุมรัฐมนตรีระดับโลกว่าด้วยความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่สาม เมื่อปี ค.ศ. 2020 และเป็นฐานของทศวรรษแห่งการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนน ค.ศ. 2021 ถึง 2030 ของสหประชาชาติ ซึ่งตั้งเป้าลดการเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสบนท้องถนนลงครึ่งหนึ่งภายในปี ค.ศ. 2030

ในด้านการบริหารจัดการ แนวทางการประเมินขีดความสามารถด้านการจัดการความปลอดภัยทางถนนของธนาคารโลก ซึ่งพัฒนาโดยโทนี บลิสส์ (Tony Bliss) และจีนน์ บรีน (Jeanne Breen) ชี้ว่าประเทศที่ประสบความสำเร็จล้วนมีองค์กรนำ (Lead Agency) ที่มีอำนาจและทรัพยากรเพียงพอในการประสานงานข้ามหน่วยงาน กำหนดเป้าหมาย และติดตามผลลัพธ์ กรอบคิดนี้สนับสนุนแนวทาง Single Control ที่ให้รัฐสภาใช้อำนาจด้านกฎหมาย งบประมาณ และการตรวจสอบ เป็นแกนกลางในการกำกับทิศทางของทั้งระบบ

ข้อเสนอเชิงมาตรการที่มุ่งปกป้องเด็กและเยาวชนก็มีหลักฐานทางวิชาการรองรับชัดเจน การศึกษาของสถาบันประกันภัยเพื่อความปลอดภัยบนทางหลวงของสหรัฐอเมริกา (IIHS) พบว่ารถจักรยานยนต์ที่ติดตั้งระบบเบรก ABS มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตต่ำกว่ารถที่ไม่มีระบบนี้ราวหนึ่งในสาม ขณะที่องค์การอนามัยโลกระบุว่าการใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กสามารถลดความเสี่ยงการเสียชีวิตของทารกเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ราวร้อยละเจ็ดสิบ มาตรการเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงข้อเสนอเชิงอุดมคติ แต่เป็นการลงทุนที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยชีวิตได้จริง

ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับ Uncategorized

ติดต่อโดยตรงที่ me@nikornchamnong.com

พูดคุยกับ นิกร จำนง