
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผมได้เป็นตัวแทนของคุณแม่แฉล้ม จำนง และครอบครัวจำนง มอบเงินสนับสนุนจำนวน 20,000 บาท ให้แก่มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (Soi Dog Foundation) โดยมีคุณบุณยวีร์ เย็นวัฒนะกุล ผู้อำนวยการฝ่ายระดมทุน ประเทศไทย มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย เป็นผู้รับมอบ
การมอบเงินในครั้งนี้เป็นความตั้งใจจริงของครอบครัวที่ต้องการร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่คุณแม่แฉล้ม ผู้ล่วงลับ เพราะในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นคนที่รักและเมตตาสัตว์อย่างมาก
ส่งต่อความรักของแม่ สู่เพื่อนสี่ขาไร้บ้าน
ครอบครัวของเราจึงเลือกส่งต่อความรักของคุณแม่ผ่านการสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย ซึ่งทำหน้าที่ดูแล รักษาพยาบาล และพัฒนาสวัสดิภาพของสุนัขและแมวจรจัดอย่างจริงจัง เพื่อช่วยลดปัญหาสัตว์ไร้บ้าน และยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์เหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้น
ความเมตตาต่อสัตว์ที่คุณแม่ปฏิบัติมาตลอดชีวิต จึงไม่ได้จากไปพร้อมกับท่าน แต่ยังคงส่งต่อไปถึงอีกหลายชีวิตที่รอคอยความช่วยเหลือ ทุกการรักษาพยาบาล ทุกมื้ออาหาร และทุกการทำหมันที่เกิดขึ้นจากการสนับสนุนนี้ คือความรักของคุณแม่ที่ยังคงทำงานอยู่ในโลกใบนี้
หวังว่าบุญกุศลในครั้งนี้จะส่งถึงคุณแม่บนสวรรค์ และช่วยเติมความอิ่มท้อง ความปลอดภัย และความหวังให้แก่เพื่อนสี่ขาอีกหลายชีวิต ความเมตตาที่ท่านมอบให้สัตว์ตลอดชีวิต จะยังคงดำเนินต่อไปผ่านมือของผู้ที่ทำงานดูแลพวกเขาในทุกวัน
ปัญหาสัตว์จรจัด: ความท้าทายร่วมของสังคมไทย
สุนัขและแมวจรจัดเป็นปัญหาที่พบได้ในแทบทุกชุมชนของประเทศไทย สัตว์เหล่านี้จำนวนมากเคยมีเจ้าของแต่ถูกทอดทิ้ง หรือเกิดจากสัตว์ที่ไม่ได้ทำหมันจนขยายพันธุ์ต่อเนื่อง ผลที่ตามมาคือสัตว์ต้องเผชิญกับความหิว โรคภัย และการบาดเจ็บ ขณะที่ชุมชนก็ต้องรับมือกับความเสี่ยงด้านโรคติดต่อ ความปลอดภัย และความเดือดร้อนรำคาญ
ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องของคนรักสัตว์เพียงกลุ่มเดียว แต่เป็นเรื่องของทุกคนในสังคม การแก้ไขต้องอาศัยทั้งความเมตตาและความรู้ ทั้งการดูแลสัตว์ที่เดือดร้อนอยู่แล้ว และการป้องกันไม่ให้เกิดสัตว์ไร้บ้านรายใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์ทำงานควบคู่กันมาโดยตลอด
ความเมตตาต่อสัตว์ในวิถีไทยและพระพุทธศาสนา
ความเมตตาต่อสรรพสัตว์เป็นคุณค่าที่หยั่งรากลึกในสังคมไทย หลักพรหมวิหารสี่ในพระพุทธศาสนา คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา สอนให้มนุษย์ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขและพ้นจากความทุกข์ โดยไม่จำกัดเฉพาะเพื่อนมนุษย์ แต่รวมถึงสัตว์ทั้งหลาย การช่วยเหลือสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยากจึงเป็นการปฏิบัติตามหลักธรรมที่จับต้องได้ และเป็นบุญที่คนไทยให้ความสำคัญมาช้านาน
บทบาทขององค์กรภาคประชาสังคมด้านสวัสดิภาพสัตว์
องค์กรอย่างมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยทำงานในหลายมิติไปพร้อมกัน ทั้งการช่วยเหลือและรักษาสัตว์ที่บาดเจ็บหรือเจ็บป่วย การทำหมันและฉีดวัคซีนเพื่อควบคุมจำนวนประชากรสัตว์ การหาบ้านใหม่ให้สัตว์ที่พร้อมได้รับการอุปการะ และการให้ความรู้แก่ชุมชนเรื่องการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบ งานเหล่านี้ต้องอาศัยทั้งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ สถานที่ เวชภัณฑ์ และงบประมาณที่ต่อเนื่อง
การสนับสนุนจากภาคประชาชนจึงเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้องค์กรเหล่านี้ดำเนินงานต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเงินบริจาคจำนวนมากหรือน้อย ทุกการสนับสนุนล้วนมีความหมาย เพราะสามารถเปลี่ยนชีวิตของสัตว์ตัวหนึ่งจากความทุกข์ไปสู่ชีวิตที่ปลอดภัยและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
มุมมองทางวิชาการ: การจัดการประชากรสัตว์จรจัดอย่างมีมนุษยธรรม
แนวทางที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลสำหรับการจัดการปัญหาสุนัขและแมวจรจัด คือการจัดการประชากรอย่างมีมนุษยธรรม ซึ่งองค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) ได้วางแนวทางไว้ในประมวลมาตรฐานด้านสุขภาพสัตว์บก ว่าด้วยการควบคุมประชากรสุนัขจรจัด โดยเน้นการทำหมัน การฉีดวัคซีน และการส่งเสริมความรับผิดชอบของผู้เลี้ยง แทนการกำจัด เพราะการกำจัดไม่สามารถลดจำนวนได้อย่างยั่งยืน สัตว์จากพื้นที่อื่นมักเข้ามาแทนที่ตามปรากฏการณ์ที่เรียกว่าผลสุญญากาศ (Vacuum Effect)
แนวทางจับ ทำหมัน ฉีดวัคซีน และปล่อยคืนถิ่น (Catch, Neuter, Vaccinate, Return) ที่องค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์หลายแห่งใช้ จึงมีประโยชน์สองชั้น ชั้นแรกคือการลดจำนวนสัตว์จรจัดในระยะยาวอย่างมีมนุษยธรรม ชั้นที่สองคือการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) ที่มองว่าสุขภาพของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก
ในด้านการควบคุมโรค องค์การอนามัยโลกและองค์กรพันธมิตรได้ตั้งเป้าหมาย Zero by 30 เพื่อยุติการเสียชีวิตของมนุษย์จากโรคพิษสุนัขบ้าที่มีสุนัขเป็นพาหะให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2030 โดยหนึ่งในเครื่องมือหลักคือการฉีดวัคซีนให้สุนัขอย่างทั่วถึง ซึ่งองค์การอนามัยโลกแนะนำให้ครอบคลุมราวร้อยละเจ็ดสิบของประชากรสุนัขในพื้นที่ เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาด การสนับสนุนงานของมูลนิธิด้านสวัสดิภาพสัตว์จึงเป็นทั้งการแสดงความเมตตาต่อสัตว์ และการลงทุนในสุขภาวะของชุมชนไปพร้อมกัน
ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับ ผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับสัตว์
ติดต่อโดยตรงที่ me@nikornchamnong.com
พูดคุยกับ นิกร จำนง